82013Aug

โปรแกรมท่องเที่ยวเกาหลี 6วัน 5คืน

 ตามรอยภาพยนต์ กวน-มึน-โฮ และซีรี่ย์เกาหลียอดฮิต  “Winter Love Song”  โรงถ่ายภาพยนต์ แดจังกึม  “เกาะนามิ  สนุกสุดเหวี่ยงไปกับเครื่องเล่นหลากหลายที่สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ พร้อมเก็บภาพความประทับใจกับสวนดอกไม้ซึ่งเต็มสะพรั่งอัพเดทเทรนด์ เสื้อผ้าแฟชั่น-เครื่องสำอางเกาหลียอดฮิต  ที่ “เมียงดง”ได้ก่อนใคร!!       

วันที่ 1   อุบลฯ- กรุงเทพฯ

10.00   ออกเดินทางจากจุดนัดหมาย จังหวัดอุบลราชธานี โดยรถปรับอากาศ  VIP   มีพนักงานทัวร์คอยดูแลตลอดการเดินทาง  น้ำดื่ม ผ้าเย็น พักผ่อนหรือร้องเพลงคาราโอเกะตามอัธยาศัย(อาหารกลางวัน-เย็น )

21.00   คณะพร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผู้โดยสารระหว่างประเทศ ชั้น 4 T’WAY Airline  โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทคอยให้การต้อนรับ และอำนวยความสะดวก

วันที่ 2   กรุงเทพฯ-อินชอน-หมู่บ้านฝรั่งเศส-เกาะนามิ-วัดวาวูจองซา

00.10   บินลัดฟ้าสู่ สาธารณะรัฐเกาหลีใต้ โดยเที่ยวบินที่  8B 868  บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง

07.30   เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติอินชอน สาธารณรัฐเกาหลีใต้ เวลาท้องถิ่นเร็วกว่าไทย 2 ชั่งโมง (เพื่อความสะดวกในการนัดหมาย กรุณาปรับนาฬิกาของท่านเป็นเวลาท้องถิ่น) หลังจากผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรเรียบร้อยแล้ว จากนั้นนำท่านสู่ หมู่บ้านฝรั่งเศส (La Provence Village) สัมผัสบรรยากาศหมู่บ้านสไตล์ฝรั่งเศสสีสัน บ้านเรือนที่เป็นเอกลักษณ์ของ เมืองโพรวองซ์ ในฝรั่งเศส หมู่บ้านที่เต็มไปด้วย บ้านเรือนน่ารัก ระบายด้วยสีลูกกวาดหวานๆ ให้สีสันสดใสที่ทำให้รู้สึกเหมือนกับอยู่ในประเทศ ฝรั่งเศสจริงๆ จากนั้นเดินทางสู่เมืองชุนชอน เมืองแห่งทะเลสาบ ที่มีทัศนียภาพอันสวยงามอีกแห่งหนึ่งของประเทศเกาหลีใต้

กลางวัน   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร บริการ DUK KALBI ไก่ผัดเผ็ดบาร์บีคิว เป็นเนื้อไก่ที่หั่นเป็นชิ้นพอคำ คลุกเคล้าด้วยซีอิ๊วเครื่องปรุง และหมักทิ้งไว้จนได้ที่ จึงนำเนื้อไก่และผักมาผัดบนกระทะยักษ์ รับประทานพร้อมกิมจิ ซุปสาหร่าย และข้าวสวย นำท่านสัมผัสกับบรรยากาศสุดแสนโรแมนติคที่ เกาะนามิ สถานที่ที่เคยใช้ถ่ายทำละครซีรีย์ยอดฮิตเรื่อง Winter Love Song  อันโด่งดังไปทั่วทั้งเกาหลีและเอเชีย เกาะนามิเป็นเกาะที่สร้างขึ้นจากการสร้างเขื่อนชองเปียงเพื่อกั้นแม่น้ำบูฮัน ชื่อของเกาะนามินั้นถูกตั้งตามชื่อของนายพลนามิ ซึ่งเป็นนายทหารที่มีชื่อเสียงมากในสมัยราชวงศ์โชซอน ให้ท่านได้เก็บภาพประทับใจบนเกาะนามิกับทิวทัศน์ของธรรมชาติสองข้างทางที่แวดล้อม และอบอวนไปด้วยกลิ่นสน ลูกเกาลัด และเสียงร้องของนกดุเหว่า ท่านสามารถเลือกขี่จักรยานชมวิวตามอัธยาศัย นอกจากนั้นท่านยังสามรถชมฟาร์มเลี้ยงนกกระจอกเทศซึ่งตั้งอยู่บนเกาะและชื่นชมงานศิลปะ ภาพถ่ายที่จัดตั้งโดยองค์การยูเนสโก จากนั้นนำท่าน เยี่ยมชมและนมัสการ วัดวาอูจองซา Waujeongsa Temple พระเศียรของพระพุทธรูปขนาด มหึมา ซึ่งประดิษฐานอยู่ด้านหลังสระน้ำขนาดย่อม โดยบริเวณรอบสระจะมีพระพุทธรูปองค์เล็กๆวาง เรียงรายอยู่โดยรอบ และเมื่อเดินขึ้นสู่เนินเขาท่านจะพบอุโบสถ ซึ่งภายในเป็นที่ประดิษฐานพระนอนขนาดใหญ่ที่แกะสลักมาจากไม้ซึ่งนำมาจากอินเดีย นอกจากนี้ที่วัดแห่งนี้ยังเป็นที่เก็บรักษาระฆังที่ใช้ตีในพิธีเปิดกีฬา โอลิมปิคในปี ค.ศ.1988 อีกด้วย

ค่ำ   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารบริการ Shabu Shabu ชาบู ชาบู สุกี้สไตล์เกาหลีบนหม้อไฟร้อนๆ ประกอบด้วยหมูสไลด์ และผักสดนานาชนิด เสิร์ฟพร้อมน้ำซุปร้อนๆ และเส้นอูด้งซึ่งขาดไม่ได้ในการทาน ชาบู ชาบู พร้อมข้าวสวยร้อนๆ และเครื่องเคียงหลากชนิด)จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก

Suwon Pacific Hotel หรือเทียบเท่า 

วันที่ 3   ไร่สตรอเบอร์รี่-กิมจิ-สวนสนุกเอเวอร์แลนด์-ป้อมฮวาซอง-FANTA STICK SHOW

ช้า   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม หลังอาหารนำท่านเดินทางไปยัง “ไร่สตรอเบอร์รี่” เพื่อนำท่านเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงเกษตร และเชิญทุกท่านลิ้มรสสตรอเบอร์รี่เกาหลีสดๆ ในบรรยากาศภายในไร่สตรอเบอร์รี่อย่างแท้จริง พบกับวิถีชีวิตชาวไร่สตรอเบอร์รี่ของเกาหลี ชมวิธีการปลูก การดูแลรักษาผลสตรอเบอร์รี่ให้ได้ผลสตรอเบอร์รี่ที่ขนาดใหญ่เป็นพิเศษ และหวานหอมชวนน่ารับประทานเป็นที่ชื่นชอบของชาวเกาหลีเองและชาวต่างชาติที่ได้ไปเยือนและยังสามารถเลือกเก็บสตรอเบอร์รี่ และเลือกชิมได้จากภายในไร่ (หมายเหตุ : จำนวนผลที่เก็บได้ตามที่ทางไร่กำหนด) นำท่านเดินทางสู่ กิมจิแลนด์ หรือ สถาบันสอนทำกิมจิ ชมวิธีการทำกิมจิ ผักดองที่สามารถเก็บไว้ได้นาน และเป็นอาหารที่ขึ้นโต๊ะชาวเกาหลีทุกมื้อ ปัจจุบันนี้กิมจิเป็นที่นิยมแพร่หลาย เพราะประกอบด้วยแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ในการย่อยอาหารและป้องกันโรค ให้ท่านได้ทดลองทำกิมจิด้วยตัวท่านเอง และสามารถนำกลับมาเป็นของฝาก พิเศษ เก็บภาพความประทับใจด้วยการใส่ชุดประจำชาติของเกาหลีใต้ (ฮันบก) พร้อมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

กลางวัน   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร บริการ คาลบี้ หรือหมูย่างเกาหลี เป็นอาหารพื้นเมืองเกาหลีที่เลื่องชื่อและรู้จักกันดีทั่วโลก มีรสชาติกลมกล่อม โดยนำหมูส่วนที่ติดกับกระดูกไปย่างบนเตาถ่านแบบดั้งเดิม เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ เครื่องเคียงชนิดชนิดต่าง น้ำจิ้มเต้าเจี้ยว และน้ำซุปสาหร่าย มีวิธีรับประทานคล้ายกับเมี่ยงคำของไทย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ สวนสนุกกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ และเป็นที่นิยมของชาวเกาหลีและชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา ขอเชิญท่านท่องไปกับโลกของสัตว์ป่าซาฟารี ท่านจะได้พบกับ ไลเกอร์ ซึ่งเป็นลูกแฝดผสมที่เกิดขึ้นจากความรักระหว่างสิงโตผู้เป็นพ่อและเสือผู้เป็นแม่ นับเป็นแฝดผสมเสือและสิงโตคู่แรกในโลก ชมความน่ารักของหมีต่างๆ ซึ่งพนักงานขับรถซาฟารีจะเป็นผู้ทักทายและเล่นกับพวกเขา สนุกสนานกับเครื่องเล่นชนิดต่างๆ ที่ท่านสามารถเล่นได้โดยไม่จำกัดรอบ หรือถ่ายรูปกับสวนดอกไม้นานาชนิดที่กำลังบานสะพรั่งเต็มสวน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ เดือนมีนาคม-เดือนเมษายน ชมสวนดอกทิวลิป, เดือนพฤษภาคม-เดือนมิถุนายน ชมสวนดอกกุหลาบ เดือนสิงหาคม-เดือนกันยายน ชมสวนดอกลิลลี่ เดือนตุลาคม-เดือนพฤศจิกายน ชมสวนดอกเบญจมาศ   (ช่วงหน้าหนาว ธันวาคม – ต้นมีนาคมจะไม่มีสวนดอกไม้ แต่จะเพิ่มเรื่องเล่น ประเภท Snow Slider ขึ้นมาแทน) สมควรแก่เวลาเดินทางสู่เมืองซูวอนเมืองสำคัญอีกเมืองหนึ่งซึ่งมีลักษณะเมืองที่มีกำแพงล้อมรอบในสมัยราชวงศ์โชซอน แวะชม “ป้อมฮวาซอง” ซึ่งเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ชุด แดจังกึม ที่เคยโด่งดังไปทั่วเอเชีย ป้อมปราการ หรือกำแพงเมืองหรือป้อมดอกไม้ ที่สร้างรายรอบเมือง    ซูวอน มีระยะทางยาวประมาณ 5,500 เมตร ประกอบด้วยเชิงเทิน 48 หลัง แต่บางส่วนถูกทำลายในสมัยสงครามเกาหลี ป้อมนี้สร้างขึ้นในสมัยกษัตริย์ซอนโจ กษัตริย์องค์ที่ 22 ของราชวงศ์โซซอน สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงพระราชบิดาที่ถูกใส่ร้ายจากทางราชสำนักและถูกขังจนสิ้น พระชนม์ ปัจจุบันป้อมฮวาซองได้รับการสถาปนาโดยองค์การยูเนสโก ให้เป็นมรดกโลก

เย็น   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร บริการ พุลโกกิ ประกอบด้วยเนื้อหมูสไลด์ที่ผ่านการหมักด้วยเครื่องปรุงจนได้ที่นำมาผัดรวมกับผักสดนานาชนิดบนกระทะร้อนๆ รับประทานพร้อมเครื่องเคียง และข้าวสวยร้อนๆ มีกลิ่นหอมน่าลิ้มลอง

จากนั้นนำทุกท่านชมความ ตลก มันส์ ฮา ซ่าส์ กับ FANTA STICK SHOW สุดยอดการแสดงที่ผสมผสานศิลปะการแสดงอันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นดนตรีเครื่องสาย อาทิ ฟรุต ไวโอลิน ซอ และกายากึม กับศิลปะร่วมสมัย อย่างบีบอย และแจสแดนซ์ โดยแฝงมุกตลก ดึงให้ผู้ชมได้เข้ามีส่วนร่วมในโชว์ได้อย่างน่ารัก สนุกสนานกับมุขต่างๆ ที่สัมผัสได้

นำท่านเข้าที่พัก   Suwon Pacific Hotel หรือเทียบเท่า

วันที่ 4   บลูเฮ้าส์-พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน-พระราชวังเคียงบ็อค-ศูนย์โสม-ชองเกซอน- DUTY FREE –       COSMETICS OUTLET-ช้อปปิ้งตลาดเมียงดงและทงแดมุ

เช้า   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนำท่านผ่านชม บลูเฮาส์ ทำเนียบของประธานาธิบดี (ระหว่างรถแล่นผ่านไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพหรือวีดีโอใดๆ ทั้งสิ้น) แวะถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับ อนุสาวรีย์นกฟีนิกซ์ สัญลักษณ์ความเป็นอมตะ และชมทัศนียภาพอันสวยงามของภูเขารูปหัวมังกร และวงเวียนน้ำพุ ซึ่งนับเป็นจุดที่มีฮวงจุ้ยที่ดีที่สุดของกรุงโซล จากนั้นเข้าชม พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านรับทราบประวัติความเป็นมาของคนเกาหลีตั้งแต่ยุกโบราณผ่านทางห้องแสดงหุ่นจำลอง จากนั้นเข้าชม พระราชวังเคียงบ็อค ซึ่งเป็นพระราชวังไม้โบราณที่เก่าแก่ที่สุด สร้างขึ้นใน ค.ศ. 1394 หรือในอดีตกว่า 600 ปี ภายในพระราชวังมีหมู่พระที่นั่งมากกว่า 200 หลัง แต่ได้ถูกทำลายไปมากในสมัยที่ญี่ปุ่นเข้ามาบุกยึดครอง ทั้งยังเคยเป็นศูนย์บัญชาการทางการทหารและเป็นที่ประทับของกษัตริย์

กลางวัน   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร บริการ ไก่ตุ๋นโสม เป็นอาหารบำรุงสุขภาพต้นตำรับชาววัง เสิร์ฟในหม้อดิน ท่ามกลางน้ำซุปที่กำลังเดือดพล่าน คัดเลือกไก่ขนาดกำลังเหมาะ ผ่านการเลี้ยงจนอายุได้ 45 วัน นำมาทำความสะอาด ควักเครื่องในออกจนหมด แล้วนำเครื่องยาจีน อาทิ เกาลัด, เก๋ากี้, พุทราจีน และรากโสม พร้อมด้วยข้าวเหนียว ใส่ลงไปในตัวไก่ แล้วผ่านการตุ๋นจนได้ที่ เนื้อไก่ล่อนจนสามารถรับประทานได้อย่างสะดวก เพิ่มรสชาติด้วยเส้นก๋วยเตี๋ยวแบบเกาหลี เกลือ และพริกไทป่น 

บ่าย   นำท่านชม ศูนย์โสม ซึ่งรัฐบาลรับรองคุณภาพว่าผลิตจากโสมที่มีอาย6 ปี ซึ่งถือว่า เป็นโสมที่มีคุณภาพดีที่สุด ชมวงจรชีวิตของโสม พร้อมให้ท่านได้เลือกซื้อโสมที่มีคุณภาพดีที่สุดและราคาถูกกว่าไทยถึง 2 เท่า กลับไปบำรุงร่างกายหรือฝากญาติ แวะผ่านชม  คลองชองเกชอน (CHEONGGYECHEON) ซึ่งเดิมเป็นคลองเก่าแก่ในอดีตมีอายุกว่า 600 ปี ที่ทอดผ่านใจกลางเมืองหลวง แต่ในปัจจุบันได้มีการพัฒนา และบูรณะคลองแห่งนี้ขึ้นมาใหม่ ทำให้กรุงโซลมีคลองที่ยาวกว่า 6 กิโลเมตร ที่มีแต่น้ำใส จนสามารถมองเห็นตัวปลาหลากพันธุ์ที่กำลังแหวกว่ายไปมา ปัจจุบันโครงการชองเกชองได้กลายเป็นสถานที่จัดกิจกรรมต่างๆ อาทิ งานแสดงศิลปะต่างๆ งานดนตรี นิทรรศการดอกไม้ ฯลฯ และยังมีสวนสาธารณะทั้งสองฝั่งคลอง ที่ในยามค่ำคืนจะเต็มไปด้วยแสงสีสวยงามน่าชม    แล้วนำท่าน ช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษีที่ ดิวตี้ฟรี (Duty Free Shop) และ Cosmetics outlet ที่นี่มีสินค้าชั้นนำให้ท่านเลือกซื้อมากมายกว่า 500 ชนิด อาทิ น้ำหอม เสื้อผ้า เครื่องสำอาง กระเป๋า นาฬิกา เครื่องประดับ ฯลฯ จากนั้นนำท่านช้อปปิ้งย่าน เมียงดง หรือสยามสแควร์เกาหลี หากท่านต้องการทราบว่าแฟชั่นของเกาหลีเป็นอย่างไร ก้าวล้ำนำสมัยเพียงใดท่านจะต้องมาที่เมียงดงแห่งนี้ พบกับสินค้าวัยรุ่น อาทิ เสื้อผ้าแฟชั่นแบบอินเทร์น เครื่องสำอางดังๆ ของเกาหลี     พบกับความแปลกใหม่ในการช้อปปิ้งอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเมียงดงแห่งนี้จะมีวัยรุ่นหนุ่มสาวชาวโสมไปรวมตัวกันที่นี่กว่าล้านคนในแต่ละวัน เชิญท่านเลือกซื้อหาสินค้าได้ตามอัธยาศัย หรือจะลองนั่งดื่มกาแฟในคอฟฟี่ช้อปสไตล์เกาหลีที่นี่ได้เช่นกัน  แล้ว นำท่านเดินทางสู่ย่านศูนย์การค้าแหล่งช้อปปิ้งที่ได้ชื่อว่าใหญ่ที่สุดในเอเชีย ทงแดมุน ตั้งอยู่บริเวณประตูเมืองโบราณทางทิศตะวันออกท่านสามารถซื้อสินค้าหลากหลายประเภทได้ที่นี้ อาทิ เสื้อผ้า รองเท้า เข็มขัด กระเป๋า ผ้าพันคอ ของที่ระลึก และของแต่งบ้าน โดยท่านจะได้สัมผัสบรรยากาศการช้อปปิ้งสินค้าในราคาเกาหลีอย่างแท้จริง

ค่ำ   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร บริการ  บีบิมบับ (Bibimbub) ข้าวยำผสมผักสูตรเกาหลีเป็นข้าวสูตรดั่งเดิมของเกาหลี ซึ่งนำเอาข้าวสวย ผักต่างๆ เช่น ถั่วงอก ผักกาดเห็ดหอม สาหร่าย และซอสสีแดง มาผัดรวมกัน ซึ่งก็จะได้รสชาตแบบเกาหลีจริงๆ ทานพร้อมกับน้ำซุป กิมจิ ถั่วงอกดอง หรือเต้าหู้ทรงเครื่อง   จากนั้นนำท่านเข้าที่พัก  Prime In Seoul Hotel หรือเทียบเท่า


 วันที่ 5   โซล ทาวเวอร์-LOVE KEY CEREMONY-AMETHYST-HERB SHOP-ร้านค้าสนามบิน-กรุงเทพฯ            

เช้า   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม หลังจากนั้นนำท่านย้อนรอยภาพยนตร์ชื่อดัง กวน มึน โฮ ณ Seoul Tower (ไม่รวมค่าขึ้นลิฟท์และค่าเข้าเท็ดดี้แบร์) ซึ่งเป็น 1 ใน 18 หอคอยเมืองที่สูงที่สุดในโลกมีความสูงถึง 480 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ท่านสามารถชมทัศนียภาพของกรุงโซลได้รอบทิศ นำท่าน คล้องกุญแจคู่รัก LOVE KEY CEREMONY เป็นสถานที่สุดแสนจะโรแมนติค ที่คู่รักนิยมนำแม่กุญแจไปคล้องกันในอีกความหมายว่าเราจะไม่พรากจากกัน และจะรักกันตลอดไป โดยนิยมเขียนชื่อตนเองและคู่รักลงบนแม่กุญแจพร้อมข้อความสุดซึ้ง จากนั้นจึงนำลูกกุญแจทิ้งโยนไป และท่านยังสามารถเลือกซื้อตุ๊กตา Teddy Bear ได้ที่ Shop ด้านล่างของ Seoul Tower

กลางวัน   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร บริการ  จิมดัก (Jim Dak) เป็นเมนูไก่ประกอบด้วยวุ้นเส้นเกาหลีผัดกับพริกและต้นหอมพร้อมซึมซับด้วยน้ำซุปรสชาติกลมกล่อมถูกปากคนไทยยิ่งนัก เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ เครื่องเคียงเกาหลีหลากหลาย นำท่านชม ศูนย์สมุนไพรเกาหลี (HERB SHOP) ให้ท่านได้รับชมสมุนไพรที่คัดเลือกและดูแลอย่างพิถีพิถัน อิสระให้ท่านได้เลือกชมและ เลือกซื้อสินค้ากลับไปเป็นของฝาก จากนั้นนำท่านชม โรงงานพลอยสีม่วง หรือ Amethyst แดนเกาหลีเป็นแดนของพลอยสีม่วง พลอยแห่งสุขภาพและนำโชค โดยมี ตั้งแต่สีม่วงอ่อนเย็นตาจนถึงสีม่วงไวน์ มีเสน่ห์เย้ายวนใจ พลอยนี้จะงามจับตาเมื่อมาทำเป็นแหวน จี้ ต่างหู และสร้อยข้อมือ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่สนามบินอินชอน ระหว่างทางพาท่านแวะละลายเงินวอนที่ ร้านค้าสนามบิน ซึ่งท่านสามารถเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองเป็นการส่งท้ายก่อนอำลาเกาหลี อาทิ บะหมี่ซินราเมียน อูด้ง กิมจิ ลูกอมแปลกๆ ช็อคโกแลต น้ำจิ้มหมูย่างเกาหลี ไก่ตุ๋นโสมสำเร็จรูป ผลไม้ ในราคาพิเศษ

20.25   ออกเดินทางกลับกรุงเทพ โดยเที่ยวบินที่  tw101

00.10   ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

วันที่ 6   เดินทางถึงจังหวัดอุบลราชธานี โดยสวัสดิภาพ

ราคาทัวร์รวม

1.   ค่าที่พักระดับมาตรฐาน  พักห้องละ 2 ท่าน                  

  2.  ค่ารถรับ-ส่ง และนำเที่ยวตามรายการ

3.   ค่าอาหารทุกมื้อ ตามที่ระบุในรายการ                           

4.  น้ำดื่ม ท่านละ 1 ขวดต่อวัน

5.   ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการ                            

6.  มัคคุเทศก์ท้องถิ่น พูดภาษาไทย

7.   ค่าตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับกรุงเทพฯ – โซล – กรุงเทพฯ  

 8.  ค่าน้ำหนักกระเป๋าสัมภาระ 15 กก.

9.   ค่าภาษีสนามบิน ทุกแห่งที่มี                                

10.  ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างเดินทาง 1,000,000  บาท

ราคาทัวร์ไม่รวม

    1. ค่าทิปคนขับรถ และไกด์ท้องถิ่นท่านละ 5 USD หรือ 20,000 วอน ต่อท่าน/ตอคน/ต่อวัน
    2. ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าทำหนังสือเดินทาง, ค่าโทรศัพท์ส่วนตัว, ค่าซักรีด, มินิบาร์ในห้อง, รวมถึงค่าอาหาร และเครื่องดื่มที่สั่งเพิ่มนอกเหนือรายการ (หากท่านต้องการสั่งเพิ่ม กรุณาติดต่อหัวหน้าทัวร์แล้วจ่ายเพิ่มเองต่างหาก)
    3. ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% (กรณีออกใบเสร็จเต็มรูปแบบ)
    4. ค่าน้ำหนักกระเป๋าสัมภาระ ที่หนักเกินสายการบินกำหนด (ปกติ 15 กก.)
  • ค่าวีซ่าสำหรับพาสปอร์ตต่างด้าว กรุณาเตรียมเอกสารคือ 1)พาสปอร์ต 2)ใบประจำตัวคนต่างด้าว 3)ใบสำคัญถิ่นที่อยู่ 4)สำเนาทะเบียนบ้าน(ถ้ามี) 5)สมุดบัญชีเงินฝาก(ถ้ามี) 6)รูปถ่ายสี 2 นิ้ว 2 รูป แล้วทางบริษัทฯจะเป็นผู้ดำเนินการยื่นวีซ่าให้ท่าน โดยจ่ายค่าบริการต่างหาก (สำหรับหนังสือเดินทางต่างด้าว เจ้าของหนังสือเดินทางต้องทำเรื่องแจ้งเข้า-ออกด้วยตนเองก่อนจะยื่นวีซ่า)

  ราคา ต่อท่าน    26,900 บาท  ราคานี้จะต้องไม่เดินทางตรงช่วงเทศกาล

ตกลงที่จะใช้บริการโอนเงินมัดจำ 50 เปอร์เซ็นต์

บัญชี  ธ.กรุงเทพ  นายหัษกร  จารุตันติ์ เลขที่บัญชี 974-0-03501-0